
เมโสหน้าใส หัตถการการฉีดผิวแบบล้ำลึก ตรงจุด เห็นผลไว ตอบโจทย์คนที่มีเวลาดูแลผิวน้อย หรือดูแลผิวมานานด้วยการทาครีมก็ยังไม่ดีขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ และต้องการบำรุงผิวให้กระจ่างใส เรียบเนียน และสุขภาพดีขึ้น การฉีดเมโสหน้าใส อาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจค่ะ
ว่าแต่ ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง ? ในบทความนี้ ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร ? ยี่ห้อไหนนิยมฉีด มีข้อดี ข้อเสีย และข้อควรระวังอะไร ? ปลอดภัยไหม ? มีขั้นตอนการทำอย่างไร ? แตกต่างอย่างไรกับการฉีดวิตามินผิว ? เอาไว้ให้แล้ว สามารถเลื่อนอ่านด้านล่างได้เลยค่ะ
เมโสหน้าใส (Mesotherapy) คืออะไร ?
เมโสหน้าใส (Mesotherapy) คือ วิธีหนึ่งที่ช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส เรียบเนียน และสุขภาพดีขึ้น โดยอาศัยหลักการฉีดสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ เข้าไปในชั้นผิวหนังชั้นกลาง (Dermis) โดยตรง ทำให้สารอาหารและสารบำรุงสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเห็นผลลัพธ์ได้เร็วกว่าการทาครีมบำรุงผิวทั่วไป

“ การฉีดเมโสหน้าใสที่ผิวหนังชั้นกลาง (Dermis) จะช่วยให้สารอาหารและสารบำรุงต่าง ๆ สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ลึกทั่วถึง เนื่องจากผิวชั้นกลางมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก ทำให้กระจายสารบำรุงต่าง ๆ ได้โดยไม่สะสมเอาไว้ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง และยังช่วยลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ดีกว่าการฉีดเข้าชั้นผิวอื่น ”
ซึ่งเมโสหน้าใสที่ใช้ในการนำมาฉีดลงสู่ผิวชั้นกลาง มีหลายสูตร สำหรับการแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ ดังนี้
- เมโสหน้าใส สูตรลดสิว ลดผื่น ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
- เมโสหน้าใส สูตรเพิ่มความกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ เติมความชุ่มชื้น
- เมโสหน้าใส สูตรบำรุงผิว เพิ่มความขาวใสและความชุ่มชื้นให้กับใบหน้า
- เมโสหน้าใส สูตรลดฝ้า ลดจุดด่างดำ ปรับเม็ดสีผิว
ยี่ห้อเมโสหน้าใสที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย
1. ยี่ห้อเมโสหน้าใส เน้นลดสิว ลดผื่น ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น

- Made Collagen (มาเด้คอลลาเจน) ยี่ห้อเมโสหน้าใส จากประเทศอิตาลี ที่มีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้แข็งแรง กระจ่างใส เรียบเนียน และชุ่มชื้น โดยการช่วย
ขับสารพิษตกค้างออกจากผิว (Detoxification) ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น > เร่งการเผาผลาญและระบบไหลเวียนเลือด (Metabolism) ทำให้ผิวฟื้นฟูได้เร็วขึ้น > และให้สารอาหารบำรุงเซลล์ผิว (Nutrients & Cell therapy) ทำให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดีขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย เป็นสิว ผิวอักเสบ ผิวติดสารสเตียรอยด์ เป็นต้น
2. ยี่ห้อเมโสหน้าใส เน้นงานผิวขาวใส เพิ่มความชุ่มชื้น ลดจุดด่างดำ

- Filorga (ฟิลอก้า) Fillmed NCTF 135 HA เป็นยี่ห้อเมโสหน้าใสพรีเมียม จากประเทศฝรั่งเศส ที่มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ 59 ชนิด ได้แก่ วิตามิน กรดอะมิโน โปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดไฮยาลูโรนิก มีจุดเด่นคือช่วยให้ผิวขาวใส ลดจุดด่างดำ เติมความชุ่มชื้น เห็นผลเร็ว
- REVS (รีเวริส) NCFS 140 Hpn เป็นยี่ห้อเมโสหน้าใส จากประเทศเกาหลี ที่มีส่วนประกอบของ Hyaluronic Acid + Polynucleotide มีจุดเด่นคือช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ขาวใส เสริมอาหารผิวแบบ premium
- Rejuran (รีจูรัน) เป็นยี่ห้อเมโสหน้าใส จากประเทศเกาหลี มีส่วนผสมหลัก คือ PN (Polynucleotide) ที่ผลิตจาก DNA ของปลาแซลมอนที่มีความใกล้เคียงกับของมนุษย์ ทำให้สามารถเข้าไปบำรุงผิวชั้นลึก (Dermis) จากภายในได้อย่างปลอดภัย มีจุดเด่นคือช่วยให้ผิวกระจ่างใส ฉ่ำวาว กระชับรูขุมขน และเพิ่มความยืดหยุ่น ลดริ้วรอยบนใบหน้า
3. ยี่ห้อเมโสหน้าใส เน้นปรับเม็ดสีผิว ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ

- Tensonez (เทนโซเนส) เป็นยี่ห้อเมโสหน้าใส จากประเทศเกาหลี มีส่วนผสมของสารที่มีประโยชน์และช่วยบำรุงผิวหลายชนิด ได้แก่ Acetyl Hexapeptide-8 (Argireline) + Multipeptide, Hyaluronic Acid + Glutathione + Collagen มีจุดเด่นคือช่วยลดปัญหาฝ้า กระ บนใบหน้า ทำให้หน้าขาวใส
- Neo-Glutanex Glow (นีโอกลูตาเน็กซ์โกลว์) เป็นยี่ห้อเมโสหน้าใส จากประเทศเกาหลีด้วยเช่นกัน โดยผลิตกลูตาไธโอนด้วยนวัตกรรม “lyophilization” ทำให้ได้กลูต้าบริสุทธิ์สูงสุด ปลอดภัยปราศจากโมเลกุลปนเปื้อน พร้อมกับมีส่วนผสมของ Salmon DNA + Hyaluronic acid + Collagen + Peptide และวิตามินอีกกว่า 20 ชนิด ช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส ลดริ้วรอยฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแดงสิว และยังช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น กระชับรูขุมขนอีกด้วย
- Alpha arbutin (อัลฟาอาร์บูติน) เป็นยี่ห้อเมโสหน้าใส ซึ่งประกอบด้วย Alpha arbutin และกรดวิตามินซี ที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ tyrosinase ทำให้เม็ดสีเมลานินลดลง ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
เลือกฉีดเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี ?
การเลือกเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดีนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สภาพผิว ปัญหาผิวที่ต้องการแก้ไข และความชอบส่วนบุคคล หากต้องการเลือกเมโสหน้าใสยี่ห้อไหนดี แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและปัญหาผิว และแนะนำยี่ห้อเมโสหน้าใสในการแก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างเหมาะสมตรงจุด
ข้อดี-ข้อเสีย และข้อควรระวัง ในการฉีดเมโสหน้าใส
ข้อดีของการฉีดเมโสหน้าใส
- ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ
- ช่วยให้ผิวเรียบเนียน กระชับ
- เติมความชุ่มชื้นให้ผิว
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ช่วยให้ผิวแข็งแรงสุขภาพดี
ข้อเสียของการฉีดเมโสหน้าใส
- หากต้องการคงผลลัพธ์ อาจต้องฉีดหลายรอบ
- อาจเกิดรอยแดง ช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด ซึ่งหายได้เอง
- คนที่แพ้ปลาแซลมอน หรืออาหารทะเล อาจฉีดเมโสหน้าใสบางยี่ห้อไม่ได้
ข้อควรระวังในการฉีดเมโสหน้าใส
- ควรปรึกษาแพทย์มากประสบการณ์ก่อนตัดสินใจฉีดเมโสหน้าใส
- ควรเลือกคลินิกความงามที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย
- ควรเลือกฉีดตัวยาเมโสหน้าใสของแท้เท่านั้น
- ควรแจ้งประวัติสุขภาพและปัญหาผิวแก่แพทย์ก่อนฉีด
- หากมีอาการระคายเคืองผิวหลังฉีด ควรรีบปรึกษาแพทย์
- ไม่ควรฉีดเมโสหน้าใสขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ไม่ควรฉีดเมโสหน้าใสด้วยตัวเอง ด้วยการซื้อมาฉีด หรือไปฉีดกับหมอกระเป๋า
เมโสหน้าใส ปลอดภัยไหม ?
เมโสหน้าใสปลอดภัย หากทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความรู้ โดยแพทย์จะเลือกใช้ตัวยาเมโสหน้าใสของแท้ เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาผิว และฉีดในปริมาณที่เหมาะสม
นอกจากนี้ เมโสหน้าใสก็อาจเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้เช่นกัน หากฉีดกับหมอกระเป๋า ใช้ตัวยาเมโสปลอม ภายในคลินิกไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด เช่น การติดเชื้อ อักเสบ บวมแดงหลังทำ แพ้ยา เป็นต้น
การฉีดเมโสหน้าใส มีขั้นตอนการทำอย่างไร ?

- ปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาว่าปัญหาผิวที่กังวลเหมาะสมกับการทำเมโสหน้าใสหรือไม่ และเลือกสูตรเมโสหน้าใสที่เหมาะสมกับปัญหาและสภาพผิว
- ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนฉีดเมโสหน้าใส เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ฉีดเมโสหน้าใสทั่วหน้า 16 จุดเข้าไปยังผิวชั้นกลาง
- ประคบน้ำแข็งระหว่างฉีด เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ
- ฉีดเสร็จ สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตได้ตามปกติ
หลังฉีดเมโสหน้าใส มีผลข้างเคียงอย่างไร ?
หลังฉีดเมโสหน้าใส อาจมีรอยเข็มและอาการบวมเล็กน้อย เป็นอาการปกติไม่อันตราย ปล่อยไว้ 1-2 วันก็จะหายไปได้เอง
เมโสหน้าใส ฉีดแล้วเห็นผลเลยไหม ?
หลังฉีดเมโสหน้าใสจะเห็นผลภายใน 3 วันหลังฉีด และผลลัพธ์ของการฉีดเมโสหน้าใสจะค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นเต็มที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ หากต้องการ maintain ผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน แนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ครั้ง ทุก ๆ 2 สัปดาห์
เมโสหน้าใส นิยมทำไหม ? ใครเหมาะฉีดเมโสหน้าใส ?
เมโสหน้าใสเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิธีบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ตรงจุด เห็นผลลัพธ์เร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น




การฉีดเมโสหน้าใส กับ การฉีดวิตามินผิว ต่างกันไหม ? เลือกอะไรดี ?
การฉีดเมโสหน้าใส กับการฉีดวิตามินผิว เป็นหัตถการที่มีความคล้ายคลึงกัน เพราะเป็นการใช้เข็มฉีดยาฉีดสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ เข้าไปในร่างกาย แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ ดังนี้
การฉีดเมโสหน้าใส : เป็นการฉีดสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ เข้าไปในชั้นผิวหนังชั้นกลาง (Dermis) ซึ่งอยู่ลึกกว่าชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) จะเน้นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกและตรงจุด เพื่อแก้ปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น ผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น ผิวหย่อนคล้อย มีริ้วรอย มีรอยดำจากสิว

การฉีดวิตามินผิว : เป็นการฉีดสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ เข้าไปในหลอดเลือดดำ (Venous) หรือหลอดเลือดฝอย (Capillary) จะเน้นการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก ช่วยให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี

ดังนั้น หากต้องการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกและตรงจุด แนะนำให้เลือกการฉีดเมโสหน้าใส แต่หากต้องการบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอก ช่วยให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี แนะนำให้เลือกการฉีดวิตามินผิว หรือสามารถทำทั้งสองหัตถการนี้ร่วมกันเลยก็ได้เช่นกัน
ทั้งนี้ การเลือกระหว่างการฉีดเมโสหน้าใสกับการฉีดวิตามินผิว ควรพิจารณาจากปัญหาผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล ควรสอบถามและปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ก่อนทำ
เมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่ ?

ราคาการฉีดเมโสหน้าใสโดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,500 บาทต่อครั้ง และอาจเพิ่มขึ้นตามยี่ห้อเมโสหน้าใสที่ใช้, ปริมาณ CC ที่ใช้ และจำนวนครั้งในการฉีด
นอกจากนี้ ราคาฉีดเมโสหน้าใสตามคลินิกส่วนใหญ่ มักจัดโปรโมชันฉีดหลายครั้งยิ่งลดราคา หรือ ฉีดหลายครั้ง แถมฟรีฉีดอีก 1 ครั้ง ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการฉีดเมโหน้าใสได้ แนะนำให้เปรียบเทียบราคาจากคลินิกหลายแห่งก่อน เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่า
ฉีดเมโสหน้าใส ใช้กี่ CC ?
ส่วนใหญ่แล้วการฉีดเมโสหน้าใสแต่ละครั้ง จะเป็นการฉีดแบบเหมาขวด จำนวน CC ที่ใช้จึงขึ้นอยู่กับยี่ห้อเมโสหน้าใสที่เลือกใช้ โดยเมโสหน้าใสแต่ละยี่ห้อมีจำนวน CC ดังนี้
- Made Collagen : ประกอบด้วย Made 2 cc + Collagen 2 cc รวม 4CC
- Filorga (Fillmed NCTF 135 HA) : 5CC / ขวด
- REVS (NCFS 140 Hpn) : 3CC / ขวด
- Rejuran : ใน 1 กล่อง มีไซริงค์ 2 หลอด บรรจุตัวยาหลอดละ 2 cc รวม 4CC
- Tensonez : 5CC / ขวด
- Neo-Glutanex Glow : 4CC / ขวด
- Alpha arbutin : 3CC / ขวด
คำแนะนำก่อนฉีดเมโสหน้าใส
คำแนะนำก่อนฉีด
- 2 สัปดาห์ ก่อนการฉีด
- งดอาหารเสริมในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเลือดออกหรือการฟกช้ำ เช่น วิตามิน E, น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส, น้ำมันปลา, สารสกัดจากโสม, ขิง, กระเทียม และแปะก๊วย
- งดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น aspirin, ibuprofen, naproxen, indomethacin, celecoxib เป็นต้น เพื่อป้องกันเลือดออกและรอยฟกช้ำ
- 2 วัน ก่อนการฉีด
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- วันฉีดในวันที่นัดพบแพทย์ควรล้างเครื่องสำอางหรือ ทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดก่อนพบแพทย์
คำแนะนำหลังฉีดเมโสหน้าใส
คำแนะนำหลังฉีด
- งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะเป็นตัวการทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้น
- งดการสูบบุหรี่ เพราะเป็นต้นเหตุทำให้ผิวหมองคล้ำเร็ว
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส สุขภาพดี
- หากเกิดรอยแดง ช้ำ จากรอยเข็มบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์
- ในบางเคสอาจปวดระบมตามรอยเข็มในคืนแรกหลังทำ สามารถทานยาแก้ปวดได้
- แนะนำให้อยู่แต่ในที่อากาศเย็น ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอากาศร้อน ไอร้อน จะช่วยลดอาการบวมได้เร็วขึ้น
สรุป
การฉีดเมโสหน้าใส นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการหาวิธีใหม่ในการดูแลผิวของตนเอง นอกจากการทาครีมบำรุงทั่วไป เพราะเป็นการฉีดสารบำรุงและวิตามินต่าง ๆ เข้าไปยังผิวโดยตรง เพื่อช่วยให้เห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม การฉีดเมโสหน้าใสก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน ก่อนฉีดควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน ใช้เมโสหน้าใสของแท้ ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นค่ะ