ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ช่วยแก้รอยย่นบนใบหน้าได้อย่างไร ? บทความนี้มีคำตอบ

ริ้วรอยบนใบหน้าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สามารถเกิดได้ในคนแทบทุกวัยค่ะ ซึ่งล้วนส่งผลต่อความมั่นใจเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่อยากได้ผลลัพธ์เร็ว ๆ และเบื่อการทาสกินแคร์แล้ว ขอแนะนำให้รู้จักกับการฉีดโบท็อกลดริ้วรอยค่ะ ซึ่งเป็นหัตถการแก้ปัญหาริ้วรอยที่ได้รับความนิยม และยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ ในอนาคตอีกด้วย

โดยบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่า การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยได้อย่างไร ? มีข้อดี-ข้อเสีย อะไรบ้าง ? และกี่วันเห็นผล ? พร้อมเปิดสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย ไปดูกันเลยค่ะ


ริ้วรอยมีกี่แบบ ? แต่ละประเภทเกิดจากอะไร ?

ก่อนที่เราจะไปดูกันว่า การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยได้อย่างไร ? เรามาลองทำความรู้จักกับริ้วรอยกันก่อนค่ะ  โดยริ้วรอยแต่ละประเภทจำเป็นต้องใช้วิธีแก้ปัญหาที่ต่างกันออกไป ผลลัพธ์ถึงจะเป๊ะปัง ซึ่งริ้วรอยจะแบ่งตามสาเหตุได้ดังนี้

  • Dynamics Wrinkles คือ ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าค่ะ เวลาที่เราเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อบนใบหน้า เช่น การขมวดคิ้ว การยิ้มกว้าง การหยีตา หรือการเลิกหน้าผาก จะทำให้เกิดรอยพับขึ้นบนชั้นผิวหนัง ถ้าทำบ่อย ๆ ริ้วรอยเหล่านี้ก็จะยิ่งลึกขึ้น ซึ่งจุดที่พบได้บ่อยสุดคือรอยตีนกาและรอยย่นบริเวณหน้าผาก การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยประเภทนี้ได้อย่างตรงจุดที่สุด และยังช่วยป้องกันไม่ให้ริ้วรอยประเภทนี้พัฒนาไปเป็น Static Wrinkles อีกด้วย
  • Static Wrinkles คือ ริ้วรอยที่เกิดจากโครงสร้างผิวสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเสื่อมสภาพลง ผิวแห้งกร้าน และขาดความยืดหยุ่น โดยสามารถเกิดได้จากอายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือการพบเจอมลภาวะในชีวิตประจำวันค่ะ เมื่อชั้นผิวของเราบางลงก็จะเกิดเป็นรอยพับ และมองเห็นเป็นริ้วตื้น ๆ ได้ง่ายขึ้น ทำให้ริ้วรอยประเภท Dynamics Line ที่มีความลึก ก็สามารถพัฒนามาเป็นริ้วรอยประเภทนี้ได้เช่นกัน 

สำหรับการแก้ไขริ้วรอยประเภทนี้จะเน้นใช้หัตถการที่ช่วยทดแทนโครงสร้างผิวที่เสื่อมไป หรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เช่น HIFU หรือการฉีดฟิลเลอร์ โดยสามารถทำควบคู่กับการฉีดโบท็อกลดริ้วรอย เพื่อให้ผลลัพธ์ที่จึ้งได้ค่ะ

  • Wrinkle Fold คือ ริ้วรอยที่เกิดจากการหย่อนคล้อยของผิว และชั้นไขมันบริเวณใบหน้าที่ลดลงจนเกิดเป็นร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา และถุงใต้ตา

นอกจากนี้ปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่ทำร้ายผิว ก็จะกระตุ้นให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น เช่น การโดนแสงแดดบ่อย ๆ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การไม่บำรุงผิว การเช็ดหน้าแรง ๆ หรือการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่


ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยได้อย่างไร ?

การฉีดโบท็อกลดริ้วรอย คือ การฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ เพื่อแก้ปัญหารอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า เช่น บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และหางตา โดยเมื่อฉีดสารนี้เข้าไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงสีหน้า โบท็อกจะเข้าไปรบกวนการทำงานของระบบประสาทค่ะ ทำให้กล้ามเนื้ออยู่ในสภาพคลายตัว และไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เวลาเราขมวดคิ้ว หรือย่นหน้าผาก ผิวหนังจะไม่เกิดเป็นรอยพับ และดูเรียบเนียนเสมอกัน การฉีดโบท็อกจึงถือเป็นวิธีช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าได้อย่างตรงจุดที่สุด

นอกจากนี้การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ ได้อีกด้วยค่ะ เพราะในระหว่างที่โบท็อกยังออกฤทธิ์อยู่ กล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ ก็จะไม่สามารถสร้างรอยพับใหม่ หรือทำให้รอยเดิมมีความลึกเพิ่มขึ้นได้

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ตรงจุดไหนได้บ้าง ? แต่ละจุดใช้กี่ยูนิต ?

สำหรับใครที่อยากแก้ปัญหาริ้วรอย สามารถฉีดโบท็อกลดริ้วรอยได้หลายจุดบนใบหน้าค่ะ ซึ่งแต่ละจุดก็จะใช้ปริมาณยูนิตที่แตกต่างกันออกไป โดยจุดที่นิยมฉีดโบท็อกลดริ้วรอย มีดังนี้

  • บริเวณใต้ตาและรอบดวงตา เป็นจุดแรก ๆ ที่มักเกิดริ้วรอยค่ะ ทำให้ใบหน้าโดยรวมขาดความสดใส และดูอ่อนล้า การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยใต้ตาและรอบดวงตา จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ริ้วรอยก็จะดูจางลงได้ โดยฉีดโบท็อกใต้ตาจะใช้ประมาณ 25 U และฉีดโบท็อกตีนกา/หางตา จะใช้ข้างละ 25 U ค่ะ แต่จุดนี้ก็มีข้อควรระวังในการฉีด คือ ถ้าใช้ปริมาณโบท็อกมากเกินไป อาจเกิดปัญหาตาแข็งและดูไม่เป็นธรรมชาติตามมาได้ค่ะ
  • ร่องแก้ม ปัญหารอยย่นที่แก้ม ส่วนใหญ่มักเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิว การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยร่องแก้มจะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ผิวหนังบริเวณแก้มก็จะกระชับ เรียบเนียนขึ้น และริ้วรอยก็จะดูจางลง สามารถใช้แก้ปัญหาสำหรับคนที่มีร่องแก้มตื้น ๆ เท่านั้นค่ะ แต่ถ้ามีร่องแก้มลึกมากการฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มจะตอบโจทย์มากกว่า 

โดยทั่วไปคุณหมอจะไม่ค่อยแนะนำให้ฉีดโบท็อกร่องแก้ม เพราะถ้าใช้ปริมาณไม่เหมาะสม หรือฉีดเทคนิคที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาหน้าแข็ง ยิ้มได้ไม่สุด และดูไม่เป็นธรรมชาติค่ะ สำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มลึก แนะนำให้ปรึกษากับคุณหมอ เพื่อจะเลือกวิธีแก้ไขได้อย่างตรงจุดและดูเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

  • หน้าผาก เป็นอีกจุดที่สามารถมองเห็นริ้วรอยได้ง่าย หลาย ๆ คนลองสังเกตตัวเองเวลาเลิกคิ้ว หรือขมวดคิ้วดูนะคะ บริเวณหน้าผากของเราจะเกิดเป็นรอยย่นขึ้นค่ะ เมื่อเราทำพฤติกรรมเหล่านั้นบ่อย ๆ และผิวเราเสื่อมสภาพลงตามอายุ รอยบริเวณหน้าผากก็จะลึกขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเอง ดังนั้นการฉีดโบท็อกลดริ้วรอยหน้าผากจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบริเวณนี้ได้ โดยใช้ประมาณ 30 U  
  • ระหว่างคิ้ว การมีรอยย่นระหว่างคิ้วจะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูแก่กว่าวัย ดูตึงเครียด และขาดความสดใสค่ะ แถมจุดนี้ยังอยู่ระหว่างดวงตาพอดิบพอดี เวลาใครสบตาก็สามารถมองเห็นรอยนี้ได้ชัดเจนเลย ซึ่งริ้วรอยบริเวณนี้เกิดจากการที่เราขมวดคิ้วบ่อย ๆ ค่ะ การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยระหว่างคิ้วจะช่วยป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อหดตัว และปรับให้ผิวหนังดูเรียบเนียนเสมอกัน ซึ่งจะใช้โบท็อกประมาณ 25-30 U ค่ะ 

ทั้งนี้ระหว่างคิ้วเป็นบริเวณที่มีเส้นประสาทเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงและฉีดยาก จึงควรเลือกคุณหมอให้ดีและเลือกคนที่มากประสบการณ์

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย กี่วันเห็นผล ? 

หลังฉีดโบท็อกลดริ้วรอยเสร็จแล้ว เชื่อว่าหลายคนจะต้องตื้นเต้นมาก ๆ และคอยสังเกตตัวเองกันทุกวัน เพราะอยากรู้ว่า ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย กี่วันเห็นผล ? โดยผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกจะแบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้ค่ะ

  • ส่วนกล้ามเนื้อที่ขยับ เช่น กล้ามเนื้อบริเวณระหว่างคิ้ว หรือกล้ามเนื้อบริเวณหางตา เมื่อผ่านไปประมาณ 3-7 วัน เวลาเราแสดงสีหน้า หลาย ๆ คนอาจรู้สึกตึง ๆ ในจุดที่ฉีดค่ะ นั่นแสดงว่าโบท็อกออกฤทธิ์แล้ว โดยจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ใน 14 วัน 
  • ส่วนของริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิว เช่น รอยตีนกา รอยย่นระหว่างคิ้ว หรือรอยย่นบนหน้าผาก ในส่วนของริ้วรอยเหล่านี้จะดูจางลง และเห็นผลลัพธ์เต็มที่เมื่อผ่านไปประมาณ 4-6 สัปดาห์ค่ะ ขอให้อดใจรอหน่อยนะคะ เพราะร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ เพื่อมาเติมร่องที่เคยโดนพับ ที่เกิดตอนที่กล้ามเนื้อยังทำงานเต็มที่ค่ะ

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย มีข้อดี–ข้อเสียอะไรบ้าง ?

หลาย ๆ คนอาจยังลังเลอยู่ว่า ควรฉีดโบท็อกลดริ้วรอยหรือไม่ ? เนื้อหาในส่วนนี้จะพาทุกคนไปดูค่ะ ว่าการฉีดโบท็อกลดริ้วรอย มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง ? เพื่อช่วยในการตัดสินใจ

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ข้อดี

  • ฉีดโบท็อกลดริ้วรอยให้ผลลัพธ์เร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับการทาสกินแคร์ นอกจากนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้เวลาพักฟื้น หลังฉีดโบท็อกแล้วสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เลย
  • การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เริ่ดค่ะ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ การร้อยไหม และการใช้เครื่องมือยกกระชับอื่น ๆ อย่าง การทำ HIFU การทำ Ulthera และการทำ Thermage ถ้าไม่แน่ใจว่าควรทำหัตถการไหนก่อน หรือทำพร้อมกันได้เลยไหม สามารถปรึกษากับคุณหมอได้ค่ะ โดยคุณหมอจะช่วยประเมินและวางแผน เพื่อให้ทุกคนได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • การฉีดโบท็อกช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต และป้องกันไม่ให้ริ้วรอยเส้นเล็กกลายเป็นริ้วรอยลึก เพราะในระหว่างที่โบท็อกออกฤทธิ์อยู่ ผิวหนังจะไม่เกิดรอยพับเพิ่มเติมจากเดิมค่ะ 
  • การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมาก ถ้าฉีดกับคุณหมอที่มากประสบการณ์
  • การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย เพราะตัวสารสามารถย่อยสลายได้เอง โดยไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ ไว้ในร่างกาย

ฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ข้อเสีย

  • การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยไม่ให้ผลลัพธ์ถาวรค่ะ โดยหลังฉีดจะอยู่ได้นานประมาณ 3-4 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณและยี่ห้อโบท็อกที่เลือกใช้ รวมถึงตำแหน่งที่ฉีด ความลึกของริ้วรอย และปริมาณกล้ามเนื้อของเราด้วย แต่ก็สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ 
  • ถ้าฉีดโบท็อกลดริ้วรอยกับหมอที่ขาดประสบการณ์ อาจผสมน้ำเกลือในปริมาณที่ไม่เหมาะสม เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอาการดื้อโบท็อกตามมา หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นฉีดพลาด และทำให้ผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติ เช่น ตาแข็ง หรือคิ้วตกได้
  • ถ้าฉีดโบท็อกลดริ้วรอยไม่เหมาะสมอาจเกิดอาการดื้อโบท็อกได้ เช่น เปลี่ยนยี่ห้อบ่อย ๆ ฉีดในปริมาณมากเกินกว่า 300 U ต่อครั้ง หรือฉีดบ่อยเกินไป โดยคุณหมอจะแนะนำให้เว้นระยะเวลาจากการฉีดครั้งก่อนอย่างน้อย 3 เดือน แต่ไม่ควรเว้นเกิน 5-6 เดือนค่ะ

สรุป

เชื่อว่าหลังจากอ่านบทความนี้จบแล้ว หลาย ๆ คนจะเห็นว่า การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยเป็นการแก้ไขปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก หรือรอยขมวดคิ้ว ได้อย่างตรงจุด และเห็นผลลัพธ์เร็วมาก รวมถึงยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตอีกด้วย 

สำหรับใครที่อยากฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ควรเลือกคลินิกเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ ฉีดกับคุณหมอที่มากประสบการณ์ และตรวจเช็กโบท็อกของแท้ค่ะ แค่นี้ก็สามารถคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าได้อย่างปลอดภัยแล้ว