ไฮยาลูรอน

ไฮยาลูรอนคืออะไร ? ดีต่อผิวหน้ายังไง ? เคล็ดลับความงามที่สาว ๆ ต้องรู้ !

ไฮยาลูรอน

เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนต้องเคยได้ยิน “ไฮยาลูรอน” ผ่านหูกันมาบ้างใช่ไหมคะ ? 

ไฮยาลูรอนเป็นสารชนิดหนึ่งตามธรรมชาติ เป็นส่วนประกอบสำคัญทั้งในการรักษาโรค และในแวดวงความงาม แต่ไฮยาลูรอนคืออะไร ? ช่วยอะไรบ้าง ? มีวิธีใช้อย่างไร ? ในบทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับไฮยาลูรอน มาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ

ไฮยาลูรอนคืออะไร ? ช่วยให้หน้าฉ่ำอิ่มน้ำได้อย่างไร ?

ไฮยาลูรอนคืออะไร

ไฮยาลูรอน เป็นสารชนิดหนึ่งตามธรรมชาติ ที่ร่างกายเราสามารถสร้างขึ้นได้เองในชั้นผิวหนังแท้ค่ะ โดยไฮยาลูรอนมีหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้น และยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีก เช่น 

  • ไฮยาลูรอนช่วยจับคอลลาเจนและอีลาสตินเข้าไว้ด้วยกัน 
  • ไฮยาลูรอนมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยเพิ่มปริมาณคอลลาเจนในชั้นผิว
  • ไฮยาลูรอนมีโมเลกุลใหญ่ สามารถใช้เติมเต็มชั้นผิวได้

แต่เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายผลิตไฮยาลูรอนได้น้อยลง ซึ่งผิวของเราจะเริ่มเสื่อมตามวัยเมื่ออายุเกิน 20 ปี ทำให้ปัญหาผิวต่าง ๆ ที่นำไปสู่การเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ค่ะ ในทางการแพทย์จึงมีการคิดค้นสังเคราะห์ไฮยาลูรอนขึ้นมาเพื่อทดแทนในส่วนที่ร่างกายสร้างได้น้อยลง ซึ่งปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์เสริมความงามหลายชนิด ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน เพราะเป็นส่วนผสมที่สำคัญช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวนั่นเองค่ะ

ประโยชน์ของไฮยาลูรอน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

ไฮยาลูรอนมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในด้านการรักษาก็ดี หรือด้านความงามก็เริ่ด ซึ่งสรุปได้ดังนี้ค่ะ

  • ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผิวไม่แห้ง เรียบเนียน
  • ช่วยเรื่องความยืดหยุ่น ป้องกันและลดริ้วรอยบนใบหน้า
  • ช่วยเพิ่มการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ผิว ในส่วนที่ไมได้ติดต่อกับเส้นเลือดโดยตรง ทำให้ผิวดูเต่งตึงมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
  • ช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระ และกรองรังสี UV ที่จะทำร้ายผิว
  • ช่วยสมานแผลและบรรเทาอาการแผลไฟไหม้
  • ช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อและบริเวณข้อ
  • ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารเสริม ในการบำบัดรักษาโรคบางชนิด เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม ภาวะอักเสบรอบข้อไหล่ ต้อกระจก
  • ใช้เป็นยาหยอดตา ช่วยบรรเทาอาการตาแห้ง

ถ้าผิวขาดไฮยาลูรอน จะเกิดอะไรขึ้น ?

ผิวขาดไฮยาลูรอนเป็นอย่างไร

ไฮยาลูรอนมีส่วนสำคัญอย่างมากกับผิว แต่ถ้าผิวหน้าขาดไฮยาลูรอนขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น ? 

คำตอบคือจะส่งผลให้ใบหน้าหมองคล้ำ แห้งกร้าน ขาดน้ำ สูญเสียความชุ่มชื้น พอทาครีมบำรุงผิวก็จะรู้สึกว่าตัวครีมไม่ซึม ไม่ค่อยได้ผลลัพธ์เท่าที่ควร หากปล่อยไว้นาน ๆ อาจทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึก และทำให้ผิวดูแก่กว่าวัยเร็วขึ้นค่ะ 

ซึ่งไฮยาลูรอนเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีผิวแห้งมาก ขาดความชุ่มชื้น 
  • ผู้ที่มีริ้วรอยร่องลึก มีความหย่อนคล้อยของผิว
  • ผู้ที่อยากรักษาสภาพผิวให้อ่อนวัย และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต

เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยไฮยาลูรอน ด้วยวิธีไหนดี ?

เติมไฮยาลูรอนด้วยวิธีไหนดี

การเติมไฮยาลูรอนให้ผิวไม่ใช่เรื่องยาก เพราะปัจจุบันไฮยาลูรอนได้ถูกพัฒนา เพื่อนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์เสริมความงามหลายชนิด ทำให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นค่ะ

ไฮยาลูรอนในครีมบำรุงผิว เซรั่ม 

เพื่อน ๆ อาจคุ้นเคยกับไฮยาลูรอนในครีมและเซรั่มหลายตัว ที่มีการชูจุดเด่นเรื่องไฮยาลูรอน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นให้แก่ผิว ซึ่งไฮยาลูรอนที่ใช้ผสมในครีมและเซรั่มนั้น ถูกพัฒนาให้มีโมเลกุลเล็กลง จนสามารถซึมผิวจากภายนอกได้ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและมีหลายราคา แต่ก็ต้องอาศัยเวลากว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนค่ะ

ไฮยาลูรอนในชีทมาส์กหน้า ครีมมาส์กหน้า

การมาส์กหน้าเป็นอีกวิธีบำรุงผิวที่ดีมากค่ะ ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และชะล้างสารพิษและสิ่งสกปรก ซึ่งมาส์กที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า กักเก็บน้ำไว้ในผิว หลังมาส์กหน้าเสร็จเพื่อน ๆ ก็สามารถทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนตามได้เลย เป็นอีกวิธีที่ง่ายแต่ก็ต้องใช้เวลา และมีหลายราคาสามารถทำได้ทุกวันค่ะ 

ไฮยาลูรอนในคลีนเซอร์

หลังจากที่ผิวหน้าเผชิญกับมลภาวะมาตลอดทั้งวัน การเช็ดทำความสะอาดหน้าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นมาก หากเราละเลยขั้นตอนนี้หรือทำความสะอาดไม่เพียงพอ เครื่องสำอางหรือสิ่งสกปรกอาจไปอุดตันผิว ทำให้เกิดสิว หน้ามัน รูขุมขนกว้าง และปัญหาผิวอื่น ๆ ได้ค่ะ ซึ่งก็มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าหลาย ๆ ตัวที่มีส่วนผสมไฮยาลูรอน ช่วยทำความสะอาดผิวได้อ่อนโยนขึ้น ผิวไม่แห้ง ไม่ตึง หรือสูญเสียความชุ่มชื้นไป

ไฮยาลูรอนในการฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มไฮยาลูรอนชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นเนื้อเจล เป็นการฉีดไฮยาลูรอนเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว อีกทั้งช่วยลดริ้วรอยร่องลึก และใช้เสริมส่วนที่มีปัญหาบนใบหน้าได้อีกด้วย เป็นวิธีที่แก้ไขปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุด และให้ผลลัพธ์รวดเร็วกว่าแบบอื่น ๆ อีกด้วย 

ไฮยาลูรอนปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่อันตรายจริงไหม ?

ไฮยาลูรอนไม่อันตรายค่ะ เพราะเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ สำหรับบางคนที่เกิดอาการแพ้ มีผลข้างเคียงหลังการใช้ อาจเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น แพ้สารอื่น ๆ ที่ผสมในผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะครีมกับเซรั่ม เช่น น้ำหอม แอลกอฮอล์

ฉีดไฮยากับฉีดฟิลเลอร์ เหมือนกันไหม ?

ฉีดไฮยากับฉีดฟิลเลอร์ เหมือนกันไหม

ต้องเข้าใจก่อนว่า “ฟิลเลอร์” คือการเรียกสารเติมเต็มทุกชนิด ซึ่งชนิดเดียวที่ อย. อนุญาตให้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย คือฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิค แอซิด แต่คนทั่วไปจะติดปากเรียกว่า “ฉีดฟิลเลอร์” แต่จริง ๆ คือการฉีดฟิลเลอร์ไฮยาลูโรนิค แอซิด ซึ่งเป็นการฉีดไฮยาลูรอนเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับบริเวณที่ฉีด ได้ผลที่รวดเร็วกว่าวิธีอื่น

สรุปการฉีดไฮยากับฉีดฟิลเลอร์เหมือนกันไหม ? จริง ๆ แล้วเหมือนกันค่ะ แต่บางคลินิกจะเลี่ยงใช้เป็นฉีดไฮยา เพราะเหตุผลทางการค้า

หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถเห็นผลลัพธ์เต็มที่ได้ใน 14 วัน จะเห็นว่าริ้วรอยร่องลึกดีขึ้น ผิวมีความชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถฉีดเสริมชั้นกระดูกที่ยุบลงไปจากอายุมาก และช่วยเสริมจุดต่าง ๆ ที่ต้องการแก้ไขบนใบหน้า เช่น ฉีดฟิลเลอร์ขมับ ฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นต้น

อยากฉีดฟิลเลอร์เริ่มต้นยังไงดี ?

เพื่อน ๆ สามารถเริ่มต้นด้วยการศึกษาทำความรู้จักฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์คืออะไร ? มียี่ห้ออะไร ? สามารถฉีดแก้ไขบริเวณไหนได้อีกบ้าง ? รวมไปถึงศึกษาวิธีตรวจฟิลเลอร์แท้ของแต่ละยี่ห้อ และเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน หมอมีประสบการณ์เพียงพอ และใช้ฟิลเลอร์แท้ค่ะ

สรุป

เห็นได้ว่าไฮยาลูรอนมีความสำคัญกับร่างกายอย่างมาก โดยเฉพาะผิวหน้าถ้าขาดไฮยาลูรอนไป ก็จะทำให้ผิวแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น สามารถพัฒนาเป็นริ้วรอยร่องลึกในอนาคตได้ ซึ่งวิธีเพิ่มความชุ่มชื้นใบหน้ามีด้วยกันหลายวิธี แต่วิธีที่เร็วและได้ผลเร็วที่สุด ขอแนะนำการฉีดฟิลเลอร์เลยค่ะ !

เพราะการฉีดฟิลเลอร์เป็นอีกหัตถการที่เห็นผลลัพธ์เร็ว ไม่ต้องพักฟื้น อีกทั้งยังปลอดภัยต่อร่างกาย ฉีดแล้วฟิลเลอร์สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้าง ทั้งนี้เพื่อน ๆ ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีอยู่ได้นานค่ะ